ผีสามบาท 3 ความเชื่อ 3 ความสยอง

ผีสามบาท เป็นภาพยนตร์ไทยแนว ผี – ไสยศาสตร์ ซึ่งออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2544 โดยการนำเรื่องราวความเชื่อของคนไทยเกี่ยวกับ ผี, ไสยศาสตร์ รวมถึงการสืบสวนสอบสวน โดยมีการแบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 3 ตอนสั้น กำกับโดย พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม และ ออกไซด์ แปงชุน ผีสามบาท เป็นหนังผีที่ในตอนนั้นมีการสร้างกระแสตามหนังที่แบ่งออกเป็นตอนสั้น รวมเป็นเรื่องเดียว เช่น อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต, หลอน ซึ่งในตอนนั้นมีการแบ่งเนื้อนำเสนอเป็นหนังสั้นในเรื่องเดียวเพื่อให้มีความหลากหลาย โดย ผีสามบาท แบ่งออกเป็น 3 ตอนสั้นๆ ดังนี้

ตอน 1 ท่อนแขนนางรำ – เป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้ซื้อกลองโบราณมาไว้ที่บ้าน เธอมักพบเจอกับเหตุการณ์แปลกๆในบ้านและการปรากฏตัวของวิญญาณนางรำ เมื่อเธอค้นหาคำตอบจึงพบว่า นางรำผู้นี้ถูกฆ่าตายและมันเกี่ยวข้องกับเธอในอดีตชาติสมัย ร.6

ตอน 2 น้ำมันพราย – เรื่องราวความเชื่อของไสยศาสตร์ที่เกี่ยวกับน้ำมันพราย ที่ได้มาจากผีตายโหงและเชื่อว่านำมาป้ายแก่คนที่ชอบ คนๆนั้นก็จะหลงใหลในตัวเรา เล่าเรื่องผ่านทางผู้หญิงโสดคนหนึ่งที่ต้องการใครสักคนเข้ามาในชีวิตเธอ วันหนึ่งเธอรู้จักสิ่งที่เรียกว่า น้ำมันพราย ซึ่งเธอใช้มันกับผู้ชายคนหนึ่ง โดยไม่รู้เลยว่า เธอพาตัวเองจมลงไปสู่ความดำมือของจิตใจ

ตอน 3 จองเวร – นายตำรวจคนหนึ่งได้รับการสอบสวนคดีผู้หญิงคนหนึ่งที่ผูกคอตายอย่างลึกลับ เป็นคดีที่แปลกมากเนื่องจากรอบตัวเธอไม่มีเก้าอี้ หรือ สิ่งของที่เธอจะปีนขึ้นไปได้ เขาเชื่อว่ามันคือการฆาตกรรม และผู้ต้องสงสัยของแฟนเก่าของเธอ จนนำไปสู่บทสรุปของเรื่องทั้งหมด

สวยลากไส้….คนสวยตายยังไงก็ไม่น่าเกลียด

สวยลากไส้ ภาพยนตร์ไทยของ สหมงคลฟิล์มฯ ออกฉายเมื่อปี 2550 กำกับโดย ทศพล ศิริวิวัฒน์, พีระพันธ์ เหล่ายนตร์ เป็นหนังผีที่มีการเปิดตัวอย่างที่แปลกใหม่ ซึ่งตัวอย่างหนังที่ปล่อยออกมานั้น ปรากฏนักแสดงสาวทั้ง 7 คนกำลังเล่นน้ำริมชายหาดอย่างสนุกสนาน โดยกล้องถ่ายไปทีละคน จนถึงคนสุดท้ายแล้วภาพย้อนกลับมา กลายเป็นแนวสยองขวัญ ซึ่งเรียกความแปลกใหม่ให้กับภาพยนตร์ ซึ่งผู้สร้างเองก็ไม่มีการเปิดเผยเรื่องราวอะไรเลย จนกระทั่งภาพยนตร์ออกฉายในวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2550

หนังเปิดตัวด้วย คำโปรยว่า “วิญญาณจะกลับมาหาคนรักใน 7 วัน” บอกเล่าเรื่องราวของ พยาบาลสาว 7 คนที่ต้องเข้าเวรกะดึกภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พวกเธอมีความเป็นตัวของตัวเอง เช่น พยาบาลนุ๊ก ที่กำลังแต่งงานกับหมอหนุ่ม, พยาบาลเอ๊ะ ผู้ชื่นชอบของแบรนด์เนม, พยาบาลยิ้ม ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย, พยาบาลโจ้ ชื่นชอบการกิน กินทุกอย่างที่ตนอยากกิน, พยาบาลน้องเล็กซึ่งเป็นฝาแฝด ผู้ชื่นชอบการถ่ายรูปและโลกสวยสุดๆ และพยาบาลตาหวาน ผู้ที่บูชาในความรักและพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคนรัก

ในค่ำคืนที่ดูเหมือนปกติพยาบาลทั้ง 7 คนนั้นต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองโดยไม่รู้ว่าก่อนเที่ยงคืน 15 นาทีความสยองกำลังคลืบคลานเข้ามาหาพวกเธอ บางอย่างที่จ้องเอาชีวิตพวกเธอให้ตายอย่างน่าสยองสยอง พวกเริ่มถูกตามล่าทีละคนๆ ในค่ำคืนที่นองไปด้วยเลือดพยาบาลสาวทั้ง 7 คนนั้นจะรอดพ้นจากน้ำมือบางอย่างหรือไม่ และอะไรที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

บ้านผีปอบ ต้นตำรับฉากหนีผีสุดคลาสสิก

บ้านผีปอบ เป็นภาพยนตร์ไทยยุค 90 ที่มีภาคต่อมากที่สุดในบรรดาหนังผีไทย เป็นเรื่องราวของหญิงชราคนหนึ่งถูกปอบสิงและไล่กัดกินตับไตไส้พุง ของสดๆ บ้านผีปอบถูกสร้างครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2532 ซึ่งได้มีการนำรูปแบบของผีไทยจากนิยายของ ครูเหม เวชกร มาใส่ในภาพยนตร์ ซึ่งภาพยนตร์บ้านผีปอบนั้นเป็นการผสมผสานระหว่างความน่ากลัวของผีและความตลกขบขัน โดยภาคแรกนั้นผู้ที่รับบทปอบ คือ สุชาดา อีแอม ซึ่งภาคแรกเป็นแนวสยองขวัญ และมีการสร้างภาคที่ 2 ต่อมาโดยผู้ที่มารับบท ผีปอบ คือ ณัฐนี สิทธิสมาน ซึ่งเป็นรับที่ทำให้เธอโด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน โดยภาคที่ 2 นั้นผู้สร้างได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ มาเป็นแนวตลก ซึ่งได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างมาก บ้านผีปอบ มีทั้งหมด 14 ภาค นับว่าเป็นภาพยนตร์ผีไทยที่มีภาคต่อมากที่สุด

บ้านผีปอบ นั้นถือเป็นหนังผีไทย – ตลก สุดคลาสสิก ที่มีการเล่าเรื่องราวการหนีผีปอบที่แปลก แหวกแนว ซึ่งมีหลากฉากที่จดจำมากที่สุด เช่น ฉากมุดลงตุ่ม, ฉากวิ่งขึ้นต้นไม้, ฉากอำพรางผีปอบโดยใช้กิ่งไม้, หรือ ฉากเล่นซ่อนหากับผีปอบ ที่เรียกเสียงฮาให้กับผู้ชมมาก นอกจากนี้ผีปอบก็ยังมีวิธีไล่จับคนแบบแปลกเช่นกันอย่าง ผีปอบขี่บั้งไฟ, ขี่มอไซต์ไล่จับ ซึ่งทำให้ ณัฐนี สิทธิสมาน ได้รับฉายาว่า เจ้าแม่ผีปอบ ซึ่งคนมักจะจดจำเธอได้จากบทบาทนี้ และทำให้บ้านผีปอบกลายเป็นภาพยนตร์ผี-ตลก ที่กลายเป็นความคลาสสิกไปแล้ว